<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>การศึกษาในศตวรรษที่21 by Madeinnita P.</title>
      <link>https://padlet.com/panitabunchuai/madeinnitaa</link>
      <description>การศึกษา</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-09-24 06:59:51 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-09-25 17:01:00 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>สังคมโลกและสังคมไทยในศตวรรษที่ 21</title>
         <author>panitabunchuai</author>
         <link>https://padlet.com/panitabunchuai/madeinnitaa/wish/284872577</link>
         <description><![CDATA[<div>    สังคมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและในยุคปัจจุบันสังคมมีอัตราการเปลี่ยนแปลงที่ รวดเร็วมาก นักคิดในแวดวงต่างๆ ของโลกและไทยต่างให้ความสนใจกับสภาพสังคมเป็นอย่างยิ่งนักคิด ทั้งหลายเรียกสังคมของมนุษยชาติในอนาคตในชื่อที่แตกต่างกัน อัลวิน ทอฟฟเลอร์ (Alvin Toffler, 2538) เรียกว่า ยุคคลื่นลูกที่สาม (The third wave) โดยมองว่าการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกจะเป็น การเปลี่ยนแปลงที่มีลักษณะ “ทั้งโลก” (Global) ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ฯลฯ โดย มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นตัวขับเคลื่อน ในขณะที่อีริค ชมิดท์และ เจเรด โคเฮน (Eric Schmidt and Jared Cohen, 2014) เรียกโลกยุคนี้ว่า ยุคดิจิทัลเปลี่ยนโลก (The New Digital Age) นอกจากนี้แล้ว ยังถูกเรียกในชื่ออื่นๆอีกว่าเป็น “ยุคโลกไร้พรมแดน” (Borderless world) ยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) สุวิทย์ เมษิณทรีย์ (2550 อ้างถึงในจินตนา สุจจานันท์, 2556 : 2) เรียกว่าเป็นยุค “หลังสังคมฐานความรู้” (Post knowledge – based society) ซึ่งเป็นโลกที่เน้น  เรื่องกัลยาณมิตรมีการเปลี่ยนรูปแบบของคนจากต่างคนต่างปิด ไปสู่ต่างคนต่างเปิด เป็นโลกที่ก้าวข้าม สังคมที่เน้นการแข่งขันไปสู่การร่วมสร้างสรรค์ เป็นโลกที่ภูมิปัญญาได้พัฒนาก้าวข้ามทรัพย์สินทาง ปัญญาสู่ภูมิปัญญามหาชน เช่น ยูทูบ (Youtube) หรือ วิกิพีเดีย (Wikipedia) โลกหลังสังคมฐานความรู้ เป็นโลกที่เปลี่ยนวิถีชีวิตมนุษย์จากการพึ่งพิง ไปสู่ความเป็นอิสระและการพึ่งพาอาศัยกัน เมื่อพิจารณา แนวคิดของ สุวิทย์เมษิณทรีย์ แล้วจะเห็นว่าค่อนข้างมองโลกในแง่ดี ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดของ เจมส์ มาร์ติน (James Martin, 2553) ซึ่งปรากฏอยู่ในหนังสือของเขาที่ชื่อว่า “โลกแห่งศตวรรษที่ 21” (The Meaning of the 21st Century) เจมส์ได้เสนอแนวคิดว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในยุคศตวรรษที่ 21 ซึ่ง ค่อนข้างจะเป็นในทางลบ แต่เขามีเจตนา ที่จะกระตุ้นให้สังคมตระหนักและหาแนวทางแก้ไขปัญหา ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นเช่นเดียวกับ ประเวศ วะสี (2545) เห็นว่าวิถีชีวิตของมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 จะมี ปัญหามากขึ้นอันสืบเนื่องมาจากกิเลส และอวิชชาจะต้องอาศัยหลักธรรมทางพุทธศาสนามาแก้ปัญหา มนุษย์จะต้องเปลี่ยนไปสู่ภาวะหรือภพภูมิที่สูงกว่า ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ(2557) ได้ประเมินสถานการณ์ที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศไทยทั้งในระดับโลกและใน ระดับประเทศ <br><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://lh4.googleusercontent.com/cE85vRrxFxVTG4xHEIsKPiiCvN_uCLF35irLloOLWYSqY5BH6fTsWFrU2w7ezhYRYgrCLqvyHtnURv1ScxgmOwtaE3CKAsnsggE=w300-h228" width="300" height="228"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=ootWd_G7DCI" />
         <pubDate>2018-09-24 07:03:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panitabunchuai/madeinnitaa/wish/284872577</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>panitabunchuai</author>
         <link>https://padlet.com/panitabunchuai/madeinnitaa/wish/284874270</link>
         <description><![CDATA[<div> ปรากฏการที่มีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงทักษะการดําเนินชีวิตในโลกศตวรรษที่ 21 ใน 7 เรื่อง ซึ่งทุกคนต้องตระหนักที่จะนําไปสู่เหตุผลและประเด็นการการปรับเปลี่ยนบทบาทครู วิธีการเรียน ของนักเรียน การจัดหลักสูตรสถานศึกษาและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ และบทบาทชองชุมชน ท้องถิ่น มีดังนี้ <br><br>1. โลกเทคโนโลยี (Technologicalization) ในชีวิตความเป็นอยู่ประจําวัน และ ชีวิตการทํางาน คนจะใช้และพึ่งพาเทคโนโลยีเป็นหลัก โดยเฉพาะเทคโนโลยีข่าวสารและการคมนาคม (Information and communication technology) ดังนั้นทักษะด้านเทคโนโลยีจึงมีความสําคัญเป็น อย่างมากและหลีกเลี่ยงไม่ได้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งต้องพัฒนาทักษะสําหรับเทคโนโลยีกับคน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนกลุ่มที่ 1 ใช้เทคโนโลยีในการทํางาน และดําเนินชีวิตประจําวันอย่างรู้เท่าทัน กลุ่มคนกลุ่มที่ 2 ทํางานให้บริการและคิดพัฒนาผลิตภัณฑ์ตลอดจนสร้างนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการใช้งานอย่าง เหมาะสมต่อคุณภาพชีวิตในสภาพจริง ซึ่งในกลุ่มที่ 2 คนไทยยังต้องสร้างและพัฒนาทักษะความคิดเชิง สร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมของคนไทยขึ้นใช้เอง และนําไปแลกเปลี่ยนการใช้งานในเวทีเศรษฐกิจ โลก <br><br>2. โลกเศรษฐกิจและการค้า (Commercialization &amp; Economy) เป็นผลสืบ เนื่องมาจากความเป็นโลกเทคโนโลยีที่มีการคิดพัฒนานวัตกรรมขึ้นใช้งานในการดําเนินชีวิตประจําวัน และชีวิตการทํางานของทุกอาชีพ มีการพัฒนาเทคนิคการเรียนรู้ทักษะการใช้งาน เกิดการสร้างกลยุทธ์ การขาย จนเกิดการแข่งขันในเวทีเศรษฐกิจโลก ในเมื่อผลิตภัณฑ์ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ มีความ เกี่ยวข้องและจําเป็นต่อชีวิตความเป็นอยู่ ทุกคนจึงพยายามเรียนรู้ทักษะการใช้งานเพื่อแข่งขันในด้าน ประสิทธิภาพการทํางาน ความเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เน้นการขายเป็นหลัก จึงมี ความจําเป็นต้องพัฒนาทักษะทางการค้าที่มีจิตวิญญาณของผู้ประกอบการ (Entrepreneurial spirit) ของการค้าในรูปแบบใหม่ๆ ที่เน้นเทคโนโลยี เน้นผลผลิตในเชิงนวัตกรรมที่ต้องอาศัยเทคนิคและความ ชํานาญใหม่ๆมากขึ้น <br><br> 3. โลกาภิวัตน์กับเครือข่าย (Globalization and Network) สืบเนื่องจาก สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เน้นการขายเป็นหลัก การสื่อสาร สื่อความหมาย และการเลือกเครือข่าย วิธีการสื่อสารต้องมีความถูกต้อง รวดเร็ว ไม่จํากัดสถานที่ ซึ่งความเป็นโลกาภิวัตน์จะถูกนํามาเป็นตัว ช่วยได้อย่างรวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลาดึงโลกกว้างให้แคบเล็กลงมา ถือเป็นอิทธิพลที่ทําให้คนในศตวรรษที่ 21 ต้องสร้างทักษะการเรียนรู้ได้มากมายหลายช่องทาง โดยเฉพาะเรื่องเครือข่ายที่จับมือในกลุ่มเดียวกัน ที่ต้องสร้างความร่วมมือกันทํางาน แลกเปลี่ยนความรู้ในเชิงพัฒนาคุณภาพชีวิต และการทํางาน ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกศตวรรษที่ 21 ก็คือ การพึ่งพากันในระดับโลกจะมีมากขึ้นในเรื่องการ ดําเนินชีวิตและแก้ไขปัญหาของโลก การเป็นพลเมืองของโลกดิจิทัล และการเป็นประชาธิปไตย ความ ต้องการผู้ประกอบการที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการทํางานคิดงานใหม่ขึ้นมา และความสัมพันธ์ระหว่าง บุคคลแบบออนไลน์ ซึ่งในโลกเทคโนโลยีเครือข่าย และธุรกิจต้องการผู้ประกอบการที่เป็นผู้สร้างสรรค์ มากขึ้น<br><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://lh3.googleusercontent.com/JQl1ymrv5uEVuOiclhoBLlUftNIzN2vghOFqigpaOqsO1EB-9aJ87SH4KQnXrs16j4iFcJFu0uFE0qsYtAsq0dRIjm6NNsHn9A=w300-h276" width="299" height="276"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=Qd70xIXZP5A" />
         <pubDate>2018-09-24 07:09:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panitabunchuai/madeinnitaa/wish/284874270</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>panitabunchuai</author>
         <link>https://padlet.com/panitabunchuai/madeinnitaa/wish/284881113</link>
         <description><![CDATA[<div>  4. สิ่งแวดล้อมและพลังงาน (Environmentalization and Energy) เป็นผลจาก ในศตวรรษที่ผ่านมาโลกได้พัฒนาการใช้เทคโนโลยีที่นําเอาทรัพยากรมาใช้โดยไม่คํานึงถึงการสูญเสีย สภาพความสมดุลของสภาพแวดล้อม ปัญหาจากสภาพแวดล้อมจึงเกิดขึ้นมากมายหลายเหตุการณ์ ดังนั้นความใส่ใจที่จะคืนความสมดุลทางธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมจึงเกิดขึ้น การเรียนรู้และ แก้ปัญหาจะเป็นการช่วยเหลือกัน หรือทํางานร่วมกันมากขึ้น โดยใช้ความเป็นโลกาภิวัตน์กับเครือข่าย กีดกันสําหรับผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือ และทางตรงข้ามผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาสมดุลทางธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมก็จะร่วมมือกันในเชิงธุรกิจการค้า และเชิงการสร้างพันธมิตร <br><br>5. ความเป็นเมือง (Urbanization) สืบเนื่องจากการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การรู้เท่า ทัน สื่อ สารสนเทศในความเปนโลกาภิวัตน์ ทําให้ลดช่องว่างของสังคมชนบทลง การซื้อขายสินค้า ธุรกิจ การค้า การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เกิดขึ้นเหมือนสังคมเมือง สิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนก็คือ เศรษฐกิจ และชีวิ สมัยใหม่ที่ยึดโยงอยู่กับการค้าและบริการที่ตั้งอยู่บนวิถีชีวิตสมัยใหม่ ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและ นวัตกรรมที่แข่งกันผลิตนํามาใช้ใหม่ๆ กันมากขึ้น นําไปสู่การเป็น Global cities มากขึ้นและชัดเจนขึ้น <br><br><br> 6. คนจะอายุยืนขึ้น (Ageing &amp; Health) ความก้าวหน้าการคิดค้นผลิตภัณฑ์ทางยา การรักษาพยาบาล รวมถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์เฉพาะทาง พัฒนาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ประกอบกับคน เข้าถึงองค์ความรู้ ความรู้เท่าทัน สื่อ สารสนเทศในความเป็นโลกาภิวัตน์ทําให้คนดูแลสุขภาพ และ ป้องกัน รักษาโรคเฉพาะทางอย่างแม่นตรง ทําให้คนอายุยืนมากขึ้น เกิดเป็นสังคมของผู้สูงอายุการ ดําเนินชีวิต และวิถีชีวิตจะเปลี่ยนไป คนสูงอายุยังมีพลังสมองและทํางานได้อยู่ คนรุ่นใหม่มีน้อยลง จึง เกิดการสร้างสังคมการอยู่ร่วมกันของคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า ที่มีคุณภาพชีวิตผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ไม่ถูกทอดทิ้งเกิดเป็นกลุ่มปัญหาใหม่จากผู้สูงอายุ <br><br>7. อยู่กับตัวเอง (Individualization) หรือสังคมก้มหน้า เป็นผลสืบเนื่องมาจาก ความเจริญทางด้านเทคโนโลยี และความเป็นโลกาภิวัตน์ การสนทนาระหว่างบุคคล หรือกลุมคนที่รู้จัก กันจะใช้ผ่านทางเทคโนโลยีมากกว่ามาพบหน้ากัน ปฏิสัมพันธ์ซึ่งหน้าลดน้อยลง นักเรียนจะเข้าชั้นเรียน น้อยลงแต่คุยกันผ่านชองทางเทคโนโลยีกันมากขึ้น <br><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://lh3.googleusercontent.com/DH9XzEAuVA-_EhXWEpYmk7Pnt9ImEtd3_Ke0P0nFYfhVQNDRBOs7xMy5QzMgUFZJ97TZtpiLxAl7_NiDoRZZhpO1eMBIeOE2Sg=w300-h212" width="300" height="212"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div>]]></description>
         <enclosure url="http://lripsm.wixsite.com/21st/about_us" />
         <pubDate>2018-09-24 07:34:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panitabunchuai/madeinnitaa/wish/284881113</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>panitabunchuai</author>
         <link>https://padlet.com/panitabunchuai/madeinnitaa/wish/284881606</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;สรุปจากปรากฏการที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21 คือคนไทยจะต้องเรียนรู้เทคโนโลยี ใหม่ เพื่อการก้าวให้ทันผลิตภัณฑ์ที่ถูกวางตลาด ใช่หรือไม่ หรือจะมองก้าวข้ามเทคโนโลยีใหม่ เหล่านั้นไป แล้วพัฒนาต่อยอดการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นใช้เอง คนไทยจะต้องเรียนรู้และซื้อ นวัตกรรมที่ประเทศที่พัฒนาแล้วคิดค้นให้ใช้ หรือจะเป็นผู้คิดพัฒนานวัตกรรมที่สอดคล้องกับบริบท ของสังคม ถิ่นฐานของเราเองขึ้นใช้เอง คนไทยเป็นผู้รับรู้ข้อมูลสารสนเทศ เพื่อสื่อสาร ร่วมมือกับ ระดับนานาชาติ หรือเป็นผู้รู้เท่าทันสารสนเทศ สื่อ เทคโนโลยี นําไปใช้เป็นประเด็นสาระสําคัญสร้าง ความร่วมมือ เพื่อพัฒนานวัตกรรม และสิ่งใหม่ในด้านการผลิตและด้านเศรษฐกิจการค้า คนไทยจะ เป็นผู้เรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ตามทันการเปลี่ยนแปลงสินค้าใหม่ๆ ได้เรื่อยไป หรือเป็นผู้รู้จักตัวเองและพัฒนาเพื่อเป็นตัวของตัวเอง พร้อมกําหนดการเปลี่ยนแปลงและ ออกแบบสินค้าใหม่สู่ตลาดได้เสมอ ซึ่งหมายความว่าคนไทยจะเป็นผู้ซื้อ (Consumer) หรือจะเป็น ผู้ผลิต (Producer) นั่นเอง การจัดการเรียนการสอน และการปลูกฝังสังคมทางบ้านในปัจจุบันปลูกฝังวัฒนธรรม การรับในตัวเด็กไทย ในสิ่งเหล่านี้ใช่หรือไม่ คือ เชื่อตามที่ได้ฟัง ขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่แสวงหา ข้อมูลสารสนเทศที่เชื่อถือได้ ขาดความกระตือรือร้น ติดรูปแบบเดิม ๆ เป็นผู้บริโภค ทําอะไรแค่พอผ่าน ไม่อดทน ไม่ชอบทํางานหนัก ชอบทํางานคนเดียว ไม่นึกถึงส่วนรวม เอาตัวรอดเก่ง ขาดคุณธรรม จริยธรรม ไม่สนใจสันติวิธี และขาดอัตลักษณ์ไทย แล้วการจัดการเรียนการสอน และการปลูกฝังสังคม ทางบ้านในยุคศตวรรษที่ 21 จะปลูกฝังวัฒนธรรมการสร้างในตัวเด็กไทย ในสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร คือ รู้จักคิดวิเคราะห์ มีความคิดสร้างสรรค์มีความมั่นใจในตนเอง แสวงหาความรู้ รู้เท่าทันสาระสนเทศใน การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง คิดสร้างสรรค์ เรียนรู้เป็นผู้ประกอบการ และผู้ผลิต มุ่งความเป็นเลิศ อดทน ทํางานหนัก ทํางานได้เป็นทีม รับผิดชอบต่อส่วนรวม คํานึงถึงสังคม มีคุณธรรม ยึดมั่นในสันติ<figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:768,&quot;url&quot;:&quot;https://wbscport.dusit.ac.th/artefact/file/download.php?file=235548&amp;view=170699&quot;,&quot;width&quot;:1024}" data-trix-content-type="image"><img src="https://wbscport.dusit.ac.th/artefact/file/download.php?file=235548&amp;view=170699" width="1024" height="768"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=S1YuNqSIGkU" />
         <pubDate>2018-09-24 07:36:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/panitabunchuai/madeinnitaa/wish/284881606</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
