<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ยุคของดนตรีไทย by 18 ศิวาพร สุขปิยังคุ</title>
      <link>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-01-11 02:39:19 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-10-29 18:58:31 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>457549</author>
         <link>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3/wish/2440231602</link>
         <description><![CDATA[<div>ในสมัยนี้ เมื่อบ้านเมืองได้ผ่านพ้นจากภาวะศึกสงครามและได้มีการก่อสร้างเมือง ให้มั่นคงเป็นปึกแผ่น เกิดความสงบร่มเย็น โดยทั่วไปแล้ว ศิลปวัฒนธรรมของชาติ ก็ได้รับการฟื้นฟูทะนุบำรุง และส่งเสริมให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น โดยเฉพาะ ทางด้านดนตรีไทย ในสมัยนี้ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเจริญขึ้นเป็นลำดับ ดังต่อไปนี้ คือ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สมัยรัชกาลที่ 1 ดนตรีไทยในสมัยนี้ส่วนใหญ่ ยังคงมีลักษณะและ รูปแบบตามที่มี<br>มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาที่พัฒนาขึ้นบ้างในสมัยนี้ก็คือ การเพิ่มกลองทัด ขึ้นอีก 1 ลูก ใน วงปี่พาทย์ ซึ่งแต่เดิมมา มีแค่ 1 ลูก พอมาถึงสมัยรัชกาลที่ 1 วงปี่พาทย์ มีกลองทัด 2 ลูก เสียงสูง (ตัวผู้) ลูกหนึ่ง และเสียงต่ำ (ตัวเมีย) ลูกหนึ่ง และการใช้กลองทัด 2 ลูก ในวงปี่พาทย์ก็เป็นที่นิยมกันมา จนกระทั่งปัจจุบันนี้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สมัยรัชกาลที่ 2 อาจกล่าวว่าในสมัยนี้ เป็นยุคทองของดนตรีไทยยุคหนึ่ง ทั้งนี้เพราะ องค์พระมหากษัตริย์ ทรงสนพระทัยดนตรีไทยเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถ ในทางดนตรีไทย ถึงขนาดที่ทรงดนตรีไทย คือ ซอสามสาย ได้ มีซอคู่พระหัตถ์ชื่อว่า "ซอสายฟ้าฟาด" ทั้งพระองค์ได้พระราชนิพนธ์เพลงไทยขึ้นเพลงหนึ่งเป็นเพลงที่ไพเราะ และอมตะ มาจนบัดนี้นั่นก็คือเพลง "บุหลันลอยเลื่อน"<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การพัฒนาเปลี่ยนแปลงของดนตรีไทยในสมัยนี้ก็คือ ได้มีการนำเอาวงปี่พาทย์<br>มาบรรเลงประกอบการขับเสภาเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ยังมีกลองชนิดหนึ่งเกิดขึ้น โดยดัดแปลงจาก "เปิงมาง" ของมอญ ต่อมาเรียกกลองชนิดนี้ว่า "สองหน้า" ใช้ตีกำกับ<br>จังหวะแทนเสียงตะโพนในวงปี่พาทย์ประกอบการขับเสภา&nbsp; เนื่องจากเห็นว่าตะโพน<br>ดังเกินไป&nbsp; จนกระทั่งกลบเสียงขับ กลองสองหน้านี้ปัจจุบันนิยมใช้ตีกำกับจังหวะหน้าทับ ในวงปี่พาทย์ไม้แข็ง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1931852404/ec7ed3ba931ff85cd397f81331ae3f24/B6FA1658_871B_442F_AE62_9AF3BDA1E7FC.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-11 02:47:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3/wish/2440231602</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เพลงที่สำคัญ</title>
         <author>457549</author>
         <link>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3/wish/2440231766</link>
         <description><![CDATA[<ul><li>ราตรีประดับดาว เถา</li><li>เขมรละออองค์ เถา</li><li>แสนคำนึง เถา</li><li>ลาวเสี่ยงเทียน สามชั้น</li><li>มอญรำดาบ เถา</li><li>โหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง</li><li>แขกต่อยหม้อ เถา</li><li>พม่าเห่ เถา</li></ul><div><br><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-11 02:47:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3/wish/2440231766</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>457549</author>
         <link>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3/wish/2440233377</link>
         <description><![CDATA[<div><br>มีวงดนตรี 3 ประเภท เช่นเดียวกับสมัยอยุธยา คือ วงปี่พาทย์ วงมโหรี และวงเครื่องสาย แต่มีเครื่องดนตรีของชาติต่างๆ เข้ามาในประเทศไทยหลายชนิด ดังปรากฏในหมายกำหนดการของพระมหากษัตริย์ในสมัยนั้นว่า “ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิณพาทย์ไทย พิณพาทย์รามัญ มโหรีไทย ฝรั่ง มโหรีญวน เขมร ผลัดเปลี่ยนกันสมโภช 2 เดือนกับ 12 วัน” ในงานสมโภชพระแก้วมรกตเป็นต้น<br><br></div><div><br>เนื่องจากในสมัยนี้เป็นช่วงระยะเวลาอันสั้นเพียงแค่ 15 ปี และประกอบกับเป็นสมัยแห่งการก่อร่างสร้างเมือง และการป้องกันประเทศเสียโดยมาก วงดนตรีไทยในสมัยนี้จึงไม่ปรากฏหลักฐานไว้ว่า ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงขึ้น สันนิษฐานว่า ยังคงเป็นลักษณะและรูปแบบของ ดนตรีไทย ในสมัยกรุงศรีอยุธยานั่นเอง<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1931852404/5fbf3ce597d78fc2e2a83c0e128675ab/75942D85_422D_4ACA_ABFD_675E7AA6DD02.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-11 02:49:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3/wish/2440233377</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>457549</author>
         <link>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3/wish/2440235220</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นช่วงที่บ้านเมืองมีศึกสงครามอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ดนตรีไทยไม่เจริญก้าวหน้ามากนัก ยังคงมีเครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์ เครื่องห้าเท่าเดิม จนมาเพิ่มระนาดเอกภายหลังในตอนปลายสมัยอยุธยา ส่วนวงดนตรีที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น ได้แก่ วงมโหรี ที่บรรเลงโดยผู้หญิง เพื่อขับกล่อมถวายแด่พระมหากษัตริย์ ประกอบด้วยเครื่องดนตรี กระจับปี่ ซอสามสาย โทน(ทับ) กรับ รำมะนา ขลุ่ยและฉิ่ง แต่ต่อมาได้นำจะเข้ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีของมอญมาประสมแทนกระจับปี่ เพื่อให้ทำนองได้ละเอียดลออและไพเราะกว่า และวงเครื่องสาย ประกอบด้วยเครื่องดนตรี ซอด้วง ซออู้ จะเข้ ขลุ่ย โทน(ทับ) และฉิ่ง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1931852404/61dd87efa2ffa1ef61188ac4d106add9/EADA8808_7B7D_4400_9BC9_BF8D7FC03788.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-11 02:52:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3/wish/2440235220</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>457549</author>
         <link>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3/wish/2440235394</link>
         <description><![CDATA[<div>เพลงตับเรื่องพระนคร เพลงตับเรื่องนางร้องไห้ เพลงตับเรื่องเกสรมาลา เพลงตับเรื่องยิกิน เพลงเกร็ด เช่น นางตานีร้องไห้ ศรีประเสริฐ ระส่ำระส่าย มดน้อย ล่องเรือละคร</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-11 02:52:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3/wish/2440235394</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>457549</author>
         <link>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3/wish/2440236411</link>
         <description><![CDATA[<div>ชาวไทยมีความสนุกสนานกับการเล่นดนครีและร้องเพลงกันมากดังที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงหลักที่ 1 ว่า "ดบงคมกลอง ด้วยเสียงพาทย์ เสียงพิณ เสียงเลื้อน เสียงขับ ใครจักมักเล่น เล่น ใครจักมักหัว หัว ใครจักมักเลื้อน เลื้อน" ซึ่งแลดงถึงการบรรเลงเครื่องดนตรีประเภทตี เป่า ดีด และสี คือ กลอง ปี่ พิณ และเครื่องดนตรีทีมีสายไว้สีได้ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานของล้านนาไทยที่มีศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยกันในหลักศิลาจารึกในวัดพระยืน จังหวัดลำพูน ที่จารึกไว้ว่า "ให้ถือกระทงข้างตอกดอกไม้ไต้เทียน ตีพาทย์ดังพิณฆ้องกลอง ปี่สรไนพิสเนญชัยทะเทียดกาหลแตรสังมาลย์กังสดาล มรทงค์ดงเดือด เสียงเลิศเสียงก้อง อีกทั้งคนร้องโห่อื้อดาสรท้านทั่งทั้งนครหริภุญชัย แล" ซึ่งแสดงถึงเครื่องดนตรีบรรเลงในวงดนตรี และประชาชนนำมาเล่นเพื่อความสนุกสนานครึกครื้นกัน ดังนั้นจึงสามารถกล่าวถึงเครื่องดนตรีไทยในสมัยสุโขทัยได้จากวงดนตรีไทยในสมัยนั้น ได้แก่ วงแตรสังข์ ที่ใช้บรรเลงในพระราชพิธีต่าง ๆ ประกอบด้วยเครื่องดนตรีแตรฝรั่ง แตรงอน ปี่ไฉนแก้ว กลองชนะ บัณเฑาะว์ และมโหระทึก วงปี่พาทย์เครื่องห้าประกอบด้วย ปี่ใน ฆ้องวง ตะโพน กลองทัด และฉิ่ง นอกจากนี้ยังมีเครื่องดนตรีเช่น พิณ และซอสามสาย อยู่ในสมัยนั้นอีกด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1931852404/bdb003e3ae7c5b05b3c2aee3604cecaa/B4B3514B_6BF0_454F_A044_BC4BDD81EE49.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-11 02:53:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3/wish/2440236411</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เพลงที่สำคัญ</title>
         <author>457549</author>
         <link>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3/wish/2440236724</link>
         <description><![CDATA[<div>เพลงรัวสามลา,เพลงเสมอ เพลงพญาเดิน,พญาสี่เสา ,พญาโศก เพลงเทพทอง เพลงนางนาค และเพลงขับไม้บัณเฑาะว์</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-11 02:54:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/457549/18cfpjah4zca2qw3/wish/2440236724</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
